let's cry over movies..

posted on 20 Sep 2008 00:24 by pizzicatoj

สองสามวันก่อน นั่งสนทนากับน้องชมพู่ถึงหนังที่ดูแล้วร้องไห้ในชีวิต คุยไปคุยมา ลิสต์ออกมาได้หลายเรื่องทีเดียว บางเรื่องเป็นหนังที่ดูเมื่อไหร่ก็ร้องไห้..และสามารถดูได้ดูดีดูแล้วดูอีกอยู่นั่น ส่วนบางเรื่องดูได้ครั้งเดียว ดูอีกไม่ได้แล้ว [แต่ไม่ได้แปลว่าหนังไม่ดีนะ]

ว่าแล้วก็..แอบเอามาลิสต์ทิ้งไว้ในนี้ดีกว่า

The Joy Luck Club 

น้องชมพู่บอกว่าเรื่องนี้เธอดูแล้วไม่อินเท่าไหร่ เราก็ไม่ประสงค์จะ convince ให้กลับไปดูใหม่เพื่อให้อินเหมือนเรา แต่ส่วนตัว เป็นหนังที่เราดูแล้วร้องไห้เยอะที่สุดเรื่องนึงในชีวิตแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องของแม่ ๆ ลูก ๆ - แม่ไม่เข้าใจลูก ลูกเข้าใจแม่ผิด แม่รักลูกแต่แสดงออกไม่ถูกวิธี ฯลฯ - ดูแล้วบอกได้คำเดียวว่าโดน ..อนึ่งเสียดายที่ Wayne Wang ไม่มีหนังที่กำกับได้ดีมากเทียบเท่ากับเรื่องนี้อีกเลย

Fly me to Polaris

Fly Me to Polaris หนังเรื่องนี้จำได้ว่าไปดูกับเพื่อนเกดตัวกลมตอนอยู่ปี 3 หรือปี 4 นี่แหละ ดูจบสองคนต้องแหวกว่ายทะเลน้ำตาออกมาจากโรง หนังจบไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง เพื่อนเกดก็ยังไม่จบ ยังคงสะอึกสะอื้นตาแดงไปอีกพักใหญ่ ถือเป็นความเก่งของคนสร้างหนังที่คิดพล็อตคนรักกันพลัดพรากจากกันแบบนี้ออกมาได้ แต่เหนืออื่นใด ที่ร้องไห้กันเป็นวรรคเป็นเวร เข้าใจว่า เพราะเสียงพระเอกในทีมพากย์พันธมิตร[คิดว่าจำไม่ผิดนะ] พากย์ได้บาดใจเหลือทน ..ดูไปครั้งเดียวในโรง และซื้อแผ่นมาเก็บ ไม่เคยเปิดดูอีกเลยเรื่องนี้

27 Dresses

27 Dresses พล็อตก็เดิม ๆ นางเอกเฝ้าฝันถึงวันที่ตัวเองจะได้ใส่ชุดเจ้าสาวบ้าง หลังใส่แต่ชุดเพื่อนเจ้าสาวมานับครั้งไม่ถ้วน เจอพระเอกก็เหม็นขี้หน้าไปตลอดทาง คนที่แอบชอบก็ดันไปชอบกับน้องสาวตัวเอง พอรู้ใจตัวเองว่าชอบเขา ก็ดันมีเรื่องให้เข้าใจผิด แล้วก็คิดได้ ไปง้อ ลงเอย ตามสไตล์ - พูดเหมือนเบื่อ ที่จริงรักหนังเรื่องนี้มาก เพราะเจน..นางเอก มีนิสัยส่วนตัวที่เหมือนกับเราไม่มีผิด ทุกครั้งที่มันชีช้ำ เราจึงร้องไห้ได้ไม่เลิกทั้งเรื่องเลย พูดงี้ฟังดูตัวเอง sissy จังเลย ..อืม ก็ sissy จริง ๆ นั่นแหละ  เอาเถอะ..จบได้แล้ว อนึ่ง..ไม่เคยชอบ James Marsden เลยจนกระทั่งได้ดูหนังเรื่องนี้!

 

ไม่มีเรื่องนี้ได้ไง จริงไหม? - จำได้ว่าตอนดูครั้งที่สอง (I saw it five times in theatre included the director's cut version) ร้องไห้เยอะมาก..ก เพราะตั้งใจไปดูคนเดียวรอบเช้าที่คนน้อย สมาธิมา ต่อมน้ำตาแตก! รอบแรกดันได้รอบพิเศษ คนก็เยอะ ดูจบไม่มีเวลาได้อิน เพราะมะเดี่ยว/พิช/โอ้/เบสมาคุยต่ออีกจนดึกดื่น ..the only reason I cried a lot over this film was because Mew was me. Period.

 Sixth sense

The Sixth Sense ตามสถิติของ Box Office ในอเมริกามีหนังเพียงสองเรื่องเท่านั้น ที่สามารถทำเงินมากกว่า 20 ล้านเหรียญได้ติดต่อกัน 5 สัปดาห์ ..Titanic และ The Sixth Sense เรื่องนี้แหละ ..แม้แต่ The Dark Knight ที่ทำเงินเสียดขึ้นไปเกือบถึงระดับเดียวกับ Titanic ก็ยังไม่สามารถรักษาระดับ(การทำเงิน)อันนี้ได้ ..พูดมาทำไมเนี่ย สรุปคือ จะบอกว่าตัวหนังมันถึงคุณภาพจริง ๆ ส่วนฉากที่เราร้องไห้ซะไม่มีคือ ฉากท้ายเรื่องที่ Cole (ชื่อนี้น่าสนใจนะ ฮิฮิ) พูดความจริงเรื่องการเห็นผีให้แม่ฟังในรถ แล้วเล่าเรื่องของคุณยายให้แม่ฟัง "The answer is everyday." ต้องชม Toni Collette กับ Haley Joel Osment จริง ๆ เล่นดีทั้งคู่เลย ..อนึ่ง Haley เป็นคนที่เล่นหนังได้ overact มาก..ทุกเรื่อง แต่การ overact ของมัน เข้ากับหนังเรื่องนี้ว่ะ[เลยเกิดอยู่เรื่องเดียว]

Billy Elliot แค่เห็นหน้าหนังก็อยากดูมากจนไปตามสืบหาข้อมูลทุกอย่างมาดู มาอ่านจนกลายเป็นว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับตัวหนังเยอะจนไม่อิน..ในการดูครั้งแรก เวลาผ่านไปได้หยิบกลับมาดูอีก อินมาก ร้องไห้เยอะมาก..ก กับประเด็นความไม่เข้าใจกันของพ่อกับลูกชายในหนัง ที่จริงมีหนังที่เป็นเรื่องราวของพ่อกับลูกชายอีกเยอะเลยที่เราดูแล้วอิน..เพราะมันอาจจะตรงกับตัวพอสมควร ให้เขียนถึงคืนนี้ก็ไม่ต้องนอนกันล่ะ ..อนึ่ง อยากดู The Reader หนังใหม่ของ Stephen Daldry แล้ว..

Be with you 

Be with you ให้ดูอีกก็ไม่ดูแล้วล่ะ ขออินครั้งเดียวพอ ..เราว่าคนทำหนังเก่ง..ที่ไม่เร้าอารมณ์เรามากตลอดเรื่อง ค่อย ๆ build ไปเรื่อย จนกระทั่งถึง climax 10 นาทีสุดท้าย ที่อัดทุกสิ่งอย่างเข้ามาด้วยฉาก flashback เหล่านั้น แล้วเล่นเอา 10 นาทีนั้นเป็น 10 นาทีน้ำตาแตกของทุกคนที่ได้ดู ..ยกเว้นบิ๊ก เพื่อนเรา ที่ไปดูด้วยแล้วก็ไม่เห็นจะอิน แถมทำมาตกใจที่เราร้องไห้อีกแน่ะ..ขอบอกบิ๊กด้วยคำพูดของบิ๊กเองว่า "หัดโรแมนซ์ซะบ้างนะ"

ที่เขียนมาคงเป็นเพียงน้ำจิ้ม เพราะปกติแล้ว เราออกจะร้องไห้ได้ง่ายดายเสมอเวลาดูหนัง ถ้าถามกันจริง ๆ มีหนังอีกเป็นร้อยเรื่องที่ตกสำรวจในวันนี้ ดังนั้น คงได้กลับมาเขียนถึงหนังน้ำตาแตกอีกในเร็ววัน ขอบคุณน้องชมพู่สำหรับบทสนทนาที่จุดประกายให้มาเขียนเรื่องนี้ลงบล็อก และขอบคุณหนังทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาให้เราได้เสียน้ำตาและอินไปกับมัน

let's cry over movies..

ขเจน

edit @ 22 Sep 2008 00:04:44 by ขเจน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แหะ แหะ เข้ามาสารภาพอีกครั้งว่าแต่ละเรื่องที่พี่เขนลิสท์มา เคยดูอยู่ไม่กี่เรื่อง คือ The Joy Luck Club, Sixth Sense และ Billy Elliot และก็ไม่ร้องไห้เลยซักเรื่อง 555

อันนี้มันเป็นเรื่องของนานาจิตตัง กับประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละคนจริงๆ นะ ว่าจะ relate กับประสบการณ์ส่วนตัวได้ ลึก มากแค่ไหน

เหมือนตอนที่คุยอ่ะนะ เป็นคนไม่ค่อยได้ดูหนัง แถมต่อมน้ำตาแตกง่าย ซึ้งหน่อยก็ไปแล้ว แต่เรื่องที่ร้องจนเป็นน้ำตาเผาเต่าคือ กุมภาพันธ์ กับ City of Angles, 50 firt dates แล้วก็ Pay it forward(ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่พี่ไม่ร้องเลยซักเรื่อง 555) ส่วนใหญ่จะเสียน้ำตาให้กับนิยาย โดยเฉพาะของทมยันตี เรื่องแรกในชีวิต คือ เลือดขัตติยา (แหะ แหะ ไม่รู้ลากไปเรื่องหนังสือได้ไง) sad smile

#1 By นู๋ชม (58.8.168.234) on 2008-09-22 03:12

ยังไม่มีหนังเรื่องไหนทำให้ผมร้องไห้ได้เลยครับ
ใจหินมาก
ไม่มีเลือด ไม่มีน้ำตา question

#2 By pisces on 2008-09-25 15:27