สัปดาห์แห่งการดูหนัง..
posted on 13 Feb 2009 18:15 by pizzicatoj in Movie
สัปดาห์นี้รู้สึกพีคสุด ๆ เพราะทุกวันทำงานที่ผ่านมา เลิกงานเมื่อไหร่เป็นได้วิ่งจู๊ดเข้าโรงหนังทุกวัน ตั้งแต่วันอังคารกับ Push รอบพิเศษ วันพุธกับ The Curious Case of Benjamin Button..รอบพิเศษอีกเช่นกัน และเมื่อวานนี้กับ The Reader รอบเสียเงินเองที่ลิโด้
พี่ก้อย..พี่ที่ออฟฟิศพูดว่า "เขน มากไปไหมเนี่ย ดูอะไรกันทุกวัน" - อ้าว ก็เกิดมาก็เพิ่งจะเคยได้ตั๋วฟรีสองวันติดก็วันนี้แหละ แล้วจะไม่ให้ไปดูหรือไงหนอ? อีกอย่างสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่มีหนังลงโรงชนกันเยอะเหลือเกิน ทั้ง Benjamin Button, Shopaholic, Reader, Moment in June, Push และอาจจะมีอีก จำไม่ได้ละ เพราะฉะนั้นการได้ตั๋วฟรีไปดูตั้งแต่ก่อนวันลงโรงจริง นอกจากจะไม่เสียสตางค์แล้ว ยังได้เก็บสต็อกหนังได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้วย
(spoiler alert!!)
พูดถึง Push
ตัวหนังซึ่งถ่ายทำในฮ่องกงตลอดทั้งเรื่องนี้เนี่ย ขอใช้คำพูด 2 ประโยคของคนที่เดินออกจากโรงที่เซ็นทรัลเวิลด์พร้อม ๆ กับเราในวันนั้น เป็นคำอธิบายละกัน "หนังไรวะ โคตรง่วงเลย" และ "รู้งี้กูกลับบ้านไปนอนแต่หัวค่ำดีกว่า" 555 ส่วนตัวเรารู้สึกว่าพล็อตมันอ่อนเปลี้ยไปหน่อย ความสมเหตุสมผลหาได้ยาก การดำเนินเรื่องก็เฉย ๆ ดูได้เรื่อย ๆ แต่ชอบการแสดงของน้อง Dagota Fanning นะ โดยเฉพาะตอนเมา!
อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงก็คือ ยูไอพี ทำเรื่องไร้สาระที่สุดในรอบพิเศษรอบนี้ เพราะมีการขอริบมือถือจากผู้ชมทุกคนไปฝากไว้ ไม่ต้องสงสัยว่าเหตุผลคือเพื่อกันการถ่ายหนังไปผลิตแผ่นผี!!? เรารู้สึกว่าทำอย่างนี้มันไร้สาระเต็มที เพราะถ้าถ่ายจากมือถือ ต่อให้มีความจุมากพอจุหนังทั้งเรื่อง(ซึ่งมือถือข้าพเจ้าไม่มี!) คุณภาพของภาพก็ใช่ว่าจะดี แล้วที่จริงมันไม่มีทางช่วยแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว อยากจะบอกว่า ถ้าจะดูหนังเรื่องนี้แบบไม่เสียเงิน ชาวบ้านเค้าก็ไปโหลดบิทมาดูหรือมาปั๊มขายกันหมดแล้วจ้ะ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งถ่ายด้วยมือถือในรอบพิเศษแบบนี้หรอก ..อีกอย่าง หนังเรื่องนี้นี่มันก็สนุกจนน่าถ่ายมาขายชิบเป๋งเลยเนอะ!
อ้อ อีกเรื่องนึงสำหรับยูไอพี เราสงสัยว่า copy ที่ขึ้นมาตอนหนังเริ่ม ในเรื่อง Push ด้วย และใน Revolutionary Road ด้วย ประมาณว่า "ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ ภูมิใจเสนอ การกลับมาพบกันอีกครั้งของแจ็คกับโรส ในภาพยนตร์รักประทับใจที่คู่ควรกับรางวัลออสการ์..." อะไรนี่ ใส่มาทำไมฮะ it's so ridiculous! แล้วสิ่งที่คุณอธิบาย(ใน Rev Road)มันช่างขัดแย้งกับเนื้อเรื่องโดยสิ้นเชิง! เห็นแล้วกลายเป็นโจ๊กโหมโรงก่อนดูหนังดราม่าหนักไปซะฉิบ
มาที่ The Curious Case of Benjamin Button
เป็นหนังที่อ่อนหวานละมุนละไมดีจัง แน่ใจว่าอาจจะมีบางคนเบื่ออยู่เหมือนกัน (แต่เราไม่เบื่อนะ) เพราะตลอดความยาว 166 นาทีของหนังมีจุดพีคที่ดึงอารมณ์มาก ๆ อยู่ไม่เยอะ แต่หนังเล่าไปเรื่อย ๆ ประกอบกับ score ของคุณ Alexandre Desplat ที่ช่างสวยงามระรื่นหูพอ ๆ กับภาพที่เห็น ให้เราได้เห็นพัฒนาการของเบนจามินตั้งแต่แก่จนเด็ก เราชอบที่หนังวางพล็อตให้เบนจามินเติบโตมาในบ้านพักคนชรา แล้วทำให้เขาเห็นอนิจจังของชีวิตมาตั้งแต่เล็ก ๆ และรับมือกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาได้อย่างสุขุม แน่นอนว่าบาง decision ของเบนจามิน ถ้าเป็นเรา เราก็ไม่แน่ใจว่าเราจะทำแบบนั้นเหมือนกันหรือเปล่า แต่นั่นแหละ คนแต่ละคนไม่เหมือนกัน เบนจามินคิดว่านั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว และท้ายที่สุดมันก็อาจจะดีสำหรับทุกคนก็ได้
ชอบที่ได้เห็น Julia Ormond มาเล่นเรื่องนี้ หลังจากที่ไม่ได้เจอเธอบนจอมานานแล้ว *คิดถึง* / ชอบตอนที่ Brad Pitt เดินเข้าฉากมาในตอนที่หนุ่มขึ้นแล้วทุกคนในโรงส่งเสียงฮือฮาออกมาพร้อม ๆ กัน (แต่เจ๊โอ๋เพื่อนเรา หันมาพูดว่า "พี่แบรดหล่อมาก ไม่ไหวแล้วค่ะ" 555) / ชอบตอนที่ Tilda Swinton กำลังจะกินแบรด แล้วเรากับโอ๋คิดแล้วพูดกันว่า "She ate Leonardo in The Beach and now she'll eat Brad!!?" 55555 / พูดอีกทีว่าชอบงานดนตรีของ Alexandre Desplat
พูดถึง The Reader
หนังที่เรารอคอย..หนังของพี่ Stephen Daldry สุดที่รัก ได้ดูแล้วก็คุ้มค่าแก่การรอคอย อารมณ์ของหนังโดยเฉพาะตอนเปิดเรื่องคล้ายคลึงกับซีนแรก ๆ ใน The Hours (ของพี่สตีฟเช่นกัน) ซึ่งเราชอบมากและเคยหยิบมาเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าดูเฉาพฉากเริ่มเรื่องอยู่หลายครั้ง ..เรื่องราวของหนังดำเนินไปในทางที่ tragic drama พอสมควร และเราว่า David Kross สมควรได้รับคำชมมากพอ ๆ กับ Kate Winslet สำหรับการต้องมารับบทตั้งแต่อายุ 15 จนถึงเข้ามหาวิทยาลัย แถมยังต้องมาประชัน love scene แบบเปลือยกันทุกฉากกับพี่เคท ซึ่งถ้าโอ๋ได้ดูต้องบอกว่า "แซ่บมากค่ะ" แน่นอน
เราร้องไห้อย่างรุนแรงในฉากที่ฮันนาติดคุกไปหลายปีแล้วไมเคิลเบิร์กอัดเทปส่งไปให้ฟัง / เราเสียใจกับการที่ตัวละครของฮันนาละอายถึงขนาดยอมติดคุกหรือถูกประหารดีกว่าที่จะต้องเปิดเผยว่าตัวเองอ่านไม่ออกเขียนไม่เป็น ..please! we shouldn't be ashame of ourself in every way!! / เราเสียดายที่หลายครั้งตัวละครของไมเคิลเบิร์กไม่พูดในสิ่งที่ควรพูด at the time หรือพูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจจนนำไปสู่สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น
น้องสาวเราบอกว่า เทียบกันระหว่าง Benjamin Button, The Reader และ Slumdog Millionaire ซึ่งเป็น 3 ใน 5 หนังชิงออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปีนี้ มันชอบ The Reader มากที่สุด สำหรับเรา เราว่าเราชอบทั้ง 3 เรื่องคนละแบบ แต่ถ้าเอาจุดพีคนะ Slumdog ดึงอารมณ์ให้เราร้องไห้ได้เยอะที่สุด ..แน่นอนที่สุด เพราะข้าพเจ้า worship love..โดยเฉพาะความรักที่กว่าจะมาลงเอยมันยากเย็นเหลือเกินเหมือนในหนังเรื่องนี้..
พอละดีกว่า
*ขเจน*
ป.ล.อยากพูดถึง Inkheart, Revolutionary Road, American Gangster และ Becoming Jane ซึ่งเป็นหนังที่ได้ดูในสัปดาห์ที่แล้วเหมือนกัน แต่พอก่อนดีกว่า วันนี้วันเกิด มีธุระที่ต้องให้ของขวัญตัวเองในเย็นวันนี้เยอะเลย 
edit @ 14 Feb 2009 12:51:24 by ขเจน
#1 By เฉาก๊วย on 2009-02-13 19:26